ว่า สถิติศาสตร์แบ่งได้เป็นสถิติเชิงพรรณนาและสถิตเชิงอนุมาน ซึ่งต้องมีการเก็บรวบรวม
ข้อมูลเพื่อนำไปประมวลผลเป็นข่าวสารที่ต้องการ การแบ่งประเภทข้อมูลอาจแบ่งตามาตรา
การวัด ลักษณะของข้อมูล แหล่งของข้อมูล ประเภทของข้อมูล เป็นต้น สถิติศาสตร์มีขั้นตอน
ในการศึกษาที่เรียกว่าระเบียบวิธีทางสถิติ 4 ขั้นตอน คือ การเก็บรวบรวมข้อมูล การนำเสนอ
ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการแปลความหมายของข้อมูล
บทนำ
ปัจจุบัน “สถิติ” นับว่าเป็นสิ่งที่เข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันอย่างมากทั้งในด้านธุรกิจ ในแวดวงวิชาการ การบริหาร ซึ่งก็มักจะเห็นว่ามีการนำสถิติมาใช้ประโยชน์ในการทำงานต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะในการวิเคราะห์วิจัย การวางแผน การตัดสินใจและการประเมินผลในเรื่องต่างๆ
ความหมายของสถิติ
จากหนังสือ “สถิติสำหรับนักสังคมศาสตร์” ของ รศ.วีนัส พีชวณิชย์ และ รศ.สมจิต วัฒนาชยากูล กล่าวไว้ว่า
คำว่า สถิติ (Statistics) เป็นคำที่แปลงมาจากศัพท์บัญญัติในภาษาเยอรมันว่า Statistik เป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากคำว่า State ซึ่งหมายถึง ข้อมูล หรือข่าวสารซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารของรัฐ หรือประเทศในด้านต่างๆ ต่อมาในปลายศตวรรษที่ 19 ความหมายของสถิติได้เปลี่ยนไป หมายถึง ข้อมูลที่เป็นตัวเลขเกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐ เช่น การสำรวจสำมะโนครัว เพื่อทราบจำนวนและความมั่งคั่งของพลเมือง จนในศตวรรษที่ 20 “สถิติ” หมายถึง ข้อมูลในเรื่องต่างๆ ซึ่งได้มีการเก็บรวบรวมแล้วนำมาหาความหมาย เช่น ข้อมูลทางด้านธุรกิจ ข้อมูลสภาพภูมิอากาศ ข้อมูลการเดินทาง เป็นต้น
ปัจจุบัน สถิติ จึงมีความหมายเป็น 2 ประการคือ
1. สถิติ หมายถึง ตัวเลขที่แสดงถึงข้อเท็จจริงในเรื่องต่างๆ ดังนั้นตัวเลขในความหมายนี้จะต้องประกอบด้วยตัวเลขหลายตัว ตัวเลขเพียง 1 ตัว จะไม่สามารถเกิดเป็นสถิติได้ เราจะเรียกค่าตัวเลขในความหมายนี้ว่าเป็น ข้อมูลสถิติ ตัวอย่างเช่น คะแนนในการสอบวิชาสถิติของนักเรียนชั้น ม.6 ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในปี 2545
2. สถิติ หมายถึง ศาสตร์แขนงหนึ่ง ซึ่งเป็นได้ทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปะศาสตร์ที่ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนคือ การเก็บรวบรวม การนำเสนอข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการตีความหมายข้อมูล โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสรุปผลจากข้อมูลที่เก็บรวบรวมมา เราจะเรียกสถิติ ในความหมายนี้ว่าเป็น สถิติศาสตร์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น